|
ปี ค.ศ. 1930 ผู้ผลิตนาฬิกาได้สร้างนาฬิกาโดยมีแรงบันดาลใจจากคำของเฮนรี่ ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งบริษัท Ford Motor ที่กล่าไว้ว่า "คุณสามารถใช้สีสันได้ ตราบใดที่ยังเป็นสีดำ" นาฬิกาหน้าปัดดำจึงเริ่มเป็นที่นิยมในบรรดาหนุ่มสังคมชาวอเมริกัน เพราะนาฬิกาสีดำสามารถเข้าคู่กับชุดลำลองและชุดสูทได้อย่างลงตัวในทุกโอกาสทุกยุคสมัย
สุดยอดนาฬิกาที่มีกลไกลบอกลักษณะการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ ถึงแม้ดวงจันทร์จะไม่มีเข็มบอกเวลาแต่มันก็มีลักษณะเฉพาะในตัวเอง การสร้างมาตรแสดงเวลาของดวงจันทร์และเวลาของโลก สำหรับผู้ที่หลงไหลนาฬิกา นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปอีกขั้นที่คุณไม่ควรพลาด
ในวัยเด็กการชื่นชมกีต้าร์ Gibson, Rickenbacker หรือ Les Paul อยู่หน้าร้านเป็นความรู้สึกที่มีความสุขและแสนทรมาณกับความฝันของคุณตอนเป็นวัยรุ่นที่ต้องการกีต้าร์ใหม่สักตัว แต่ในท้ายที่สุดคุณก็มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับซื้อกีต้าร์มือสองเท่านั้น นาฬิกา tag รุ่นกีต้าร์คลาสสิกอาจทำให้คุณหวนนึกถึงช่วงเวลาของร็อก แอนด์ โรล อีกครั้ง
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
นาฬิกาบางเฉียบจาก VACHERON CONSTANTIN |
|
ขณะนี้อะไรๆก็ต้องขอให้บางเข้าไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นจอโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค ไปจนกระทั้งองค์เอวของสาวๆที่หนุ่มๆอยากคบด้วย นาฬิกาเองก็เผชิญหน้ากับความบางเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่แน่ว่าจะกลายเป็นปรากฏการณ์หลังจากสไตล์โอเวอร์ไซส์กลายเป็นเทรนด์เด่นมานานปี ทั้งที่ในอดีตแล้ว ช่างนาฬิกาสร้างสรรค์กลไกบางเฉียบก็เพื่อทำให้นาฬิกาพกสามารถใส่กระเป๋าเสื้อได้สะดวก หรือทำให้นาฬิกาข้อมือสวมใส่สบาย (หรือไม่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าอื่นแกะเครื่องไปเลียนแบบได้ง่ายๆ) “ปกติคาลิเบอร์ที่หนาประมาณ 3 มม. ก็ถือว่าทำยากแล้ว แต่ถ้าน้อยกว่า 2 มม. นี่ต้องปรบมือให้เลยครับ” คริสเตียน เซลโมนีหัวหน้าแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Vacheron Constantin กล่าว แล้วก็ปรบมือให้จริงๆเมื่อแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่สุดในโลก (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1755) นี้ได้พลิกฟื้นประวัติศาสตร์ของนาฬิกาด้วยการนำกลไกขนาดบางเฉียบมาผลิตใหม่และใส่ไว้ในนาฬิกาคอลเลกชั่น “Historiques” คอลเลกชั่นประวัติศาสตร์สำหรับผู้ที่อยากเจาะอดีตหาเวลา ซึ่งมีด้วยกันสองรุ่น นั่นคือรุ่น Historiques Ultra – fine 1955 และ Historiques Ultra – fine 1968 แต่ก่อนจะกล่าวถึงนาฬิกาสองรุ่นนั้น ขอเจาะอดีตโดยรวมกันสักนิด...กล่าวคือ แบรนด์วาเชอรง คอนสแตนเติน เริ่มผลิตนาฬิกาบางเฉียบในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งถือเป็นยุคทองของนาฬิกาแบบบางเลยก็ว่าได้ ผลงานเด่นๆในยุคนั้นมีทั้งคาลิเบอร์หนา 2.63 มม. ในนาฬิกาพกตัวเรือนแพลทินั่ม (ค.ศ.1926) ไปจนกระทั่งคาลิเบอร์หนา 0.94 มม.ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในนาฬิกาพก (ค.ศ. 1931) รวมทั้งคาลิเบอร์ของนาฬิกาข้อมือที่มีคอมพลิเคชั่นมินิทรี พีทเตอร์ซึ่งหนาเพียง 3.28 มม. (ค.ศ. 1992)
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
|
|
|
|